วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
แนะนำตัว
แนะนำตัวเอง
ชื่อ นางสาว เตือนใจ ลดกระโทก
ชื่อเล่น เตือน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เลขที่ 24
โรงเรียนอาเวมารีอา
ผู้แนะนำ นาย วีระชน ไพสาทย์
ความรู้สึก ดีใจ
ชื่อเล่น เตือน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เลขที่ 24
โรงเรียนอาเวมารีอา
ผู้แนะนำ นาย วีระชน ไพสาทย์
ความรู้สึก ดีใจ
อุทยานแห่งชาติสิรินาถ(หากในยาง)
ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 อยู่ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนเทพกษัตรี ผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ตรงไปเมื่อถึงหลักกิโลเมตร 21-22 จะมีทางแยกด้านซ้ายเข้าไป 10 กิโลเมตร หรือจะไปทางแยกเข้าสนามบินเลี้ยวซ้าย 2 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 56,250 ไร่ เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 13หาดในทอน ใช้เส้นทางไปอุทยานฯ เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21-22 เมื่อถึงทางแยกเข้าบ้านสาคู เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร หาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตาทอดโค้งจากตัวเกาะเป็นที่กำบังคลื่นลมได้อย่างดี และเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
หาดในยาง เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย
หาดไม้ขาว หรือหาดสนามบิน ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพาน
สาร สินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง
หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสนอยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต
หาดในยาง เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย
หาดไม้ขาว หรือหาดสนามบิน ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพาน
สาร สินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง
หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสนอยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต
แหล่งท่องเที่ยวแห่งปี
ในเวิ้งแม่น้ำโขงมหานทีแห่งชีวิต ที่ อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี มีความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างไว้ ในนามของ "สามพันโบก" สามพันโบก เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง ในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินทั้งหลายจะถูกฟูมฟักไว้ด้วยสายน้ำ เมื่อแรงน้ำวนกัดเซาะ จากแก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็ก ใหญ่ มากมายนับไม่ถ้วน เพราะนับไม่ถ้วนมีหลายพันแอ่งจึงเรียกกันว่า "สามพันโบก" โบก หมายถึง หลุม แอ่ง บ่อ ในที่นี้คือ บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน หรืออีกสมญานามหนึ่ง ที่ได้รับขนานนามคือ 'แกรนแคนยอนน้ำโขง' พอสิ้นฤดูน้ำหลาก โบกจำนวนมากมาย จะได้เวลาเผยความงามกลางลำน้ำโขงให้ได้ประจักษ์ อันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำหลายพันปี สามพันโบกมีความกว่างใหญ่ถึง 10 ตร.กม. แฝงไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่เรียงรายเชื่อมต่อกันหลายแห่ง เริ่มจาก หาดสลึง บริเวณบ้านสองคอนเป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวไปตลอดแนวแม่น้ำโขง
หนังสือใหม่ที่อยากให้คนไทยรู้จัก
หนังสือใหม่ ที่อยากให้คนไทยอ่าน
“จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อปี 2546 พบว่าคนไทยอ่านหนังสือเพียง 7 บรรทัดต่อคนต่อวัน หรือเฉลี่ย 5 เล่ม ต่อคนต่อปี ขณะที่สิงคโปร์อ่าน 17 เล่ม สหรัฐอเมริกา 50 เล่ม ปี 2550 คนไทยมีนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ทั้งนี้ยังไม่มีการตีค่าออกมาว่า คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเป็นวันละกี่บรรทัด หรือปีละกี่เล่ม แต่ตั้งเป้าไว้ที่ 12 บรรทัดต่อวัน”
สุดสัปดาห์เห็นด้วยว่าการอ่านหนังสือคือประตูเปิดสู่โลกกว้าง จึงได้คัดเลือกหนังสือออกใหม่ ในหมวดต่างๆ มาให้ ทั้งนี้เพื่อช่วยกันทุบสถิติ แม้จะไม่ทันอเมริกา แต่ชนะสิงคโปร์ก็ยังดี (เนอะ)
จอมโจรหนังสือ (The Book Thief) โดย มาร์กัส ชูชัค ผู้แปล บีจา
“จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อปี 2546 พบว่าคนไทยอ่านหนังสือเพียง 7 บรรทัดต่อคนต่อวัน หรือเฉลี่ย 5 เล่ม ต่อคนต่อปี ขณะที่สิงคโปร์อ่าน 17 เล่ม สหรัฐอเมริกา 50 เล่ม ปี 2550 คนไทยมีนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ทั้งนี้ยังไม่มีการตีค่าออกมาว่า คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเป็นวันละกี่บรรทัด หรือปีละกี่เล่ม แต่ตั้งเป้าไว้ที่ 12 บรรทัดต่อวัน”
สุดสัปดาห์เห็นด้วยว่าการอ่านหนังสือคือประตูเปิดสู่โลกกว้าง จึงได้คัดเลือกหนังสือออกใหม่ ในหมวดต่างๆ มาให้ ทั้งนี้เพื่อช่วยกันทุบสถิติ แม้จะไม่ทันอเมริกา แต่ชนะสิงคโปร์ก็ยังดี (เนอะ)
จอมโจรหนังสือ (The Book Thief) โดย มาร์กัส ชูชัค ผู้แปล บีจา
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เทคนิคในการทำขนมหวาน
การทำขนมหวานไทยให้ดี ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง คือ ต้องมีใจรัก ชอบทำมีความอดทนตั้งใจ มีความพิถีพิถันในการประดิษฐ์ให้ขนมมีรูปร่างที่น่ารับประทาน ขนมหวานไทยบางชนิดต้องฝึกทำหลาย ๆ ครั้ง จึงจะได้ลักษณะที่ดี ประสบการณ์ และความชำนาญในการทำบ่อย ๆ ผู้ประกอบขนมหวานไทย จะประสบความ สำเร็จในการทำ การทำขนมหวานไทยของคนรุ่นก่อนๆ จะใช้การกะส่วนผสมจากความเคยชินที่ทำบ่อย ๆ สัดส่วน ของขนมจะไม่แน่นอน และยังเป็นการถ่ายทอดความรู้ให้กันเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้น แต่ในปัจจุบันขนม หวานไทยได้วิวัฒนาการให้ทัดเทียมกับขนมนานาชาติ มีสูตรที่แน่นอน มีสัดส่วนของส่วนผสม และวิธีทำที่ บอกไว้อย่างชัดเจน ผู้ประกอบขนมหวานไทยเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานในการชั่ง ตวง มีถ้วยตวง ช้อนตวง ใช้ภาชนะให้ถูกต้องกับชนิดของอาหาร เช่น การกวนจะใช้กระทะทองดีกว่าหม้อ หรือกระทะเหล็ก การทอดใช้กระทะเหล็กดีกว่ากระทะทอง ทำตามตำรับวิธีทำขั้นตอน อุณหภูมิที่ใช้ในการทำ ตลอดจนเลือกเครื่อง ปรุงที่ใหม่
ประโยชน์ของนำ้หมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพเมื่อนำไปใช้ในด้านกสิกรรม จะช่วยปรับสภาพความเป็น กรด - ด่างให้เป็นกลางในดินและน้ำ ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาดต่าง ๆ ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำ และให้อากาศผ่านได้อย่างเหมาะสมช่วยย่อยสะลายอินทรีย์วัตถุให้เป็นอาหารของ พืช พืชจะดูดซึมไปใช้ได้เลย และช่วยให้ผลผลิตคงทน มีคุณภาพสูง สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเมื่อนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้ทางการประมง จะช่วยปรับสภาพน้ำให้เป็นกลางควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ช่วยรักษาโรคแผลต่าง ๆ ในปลา กุ้ง กบได้ และช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้
ถ้านำไปใช้ในด้านปศุสัตว์ จะทำให้มูลสัตว์ไม่มีกลิ่นเหม็น สุขภาพของสัตว์จะแข็งแรงและปลอดโรค คอกสัตว์จะไม่มีกลิ่นเหม็น ช่วยบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์ ทำให้อัตราการตายต่ำลง และผลผลิตสูงขึ้น
เมื่อนำน้ำหมักชีวิภาพไป ประยุกต์ใช้ในด้านรักษาสิ่งแวดล้อม จะช่วยกำจัดกลิ่นและย่อยสลายตะกอนในส้วม ทำให้ส้วมไม่เต็ม ทำความสะอาดพื้นห้องการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน และสถานประกอบการทั่ว ๆ ไป ปรับสภาพอากาศภายในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ให้สดชื่นกำจัดกลิ่นอับชื้นต่าง ๆ ได้นอกจากนี้ยังให้ฉีดพ่นกองขยะเพื่อลดกลิ่นและปริมาณของกองขยะให้เล็กลงรวม ทั้งจำนวนแมลงวันด้วย
ถ้านำไปใช้ในด้านปศุสัตว์ จะทำให้มูลสัตว์ไม่มีกลิ่นเหม็น สุขภาพของสัตว์จะแข็งแรงและปลอดโรค คอกสัตว์จะไม่มีกลิ่นเหม็น ช่วยบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์ ทำให้อัตราการตายต่ำลง และผลผลิตสูงขึ้น
เมื่อนำน้ำหมักชีวิภาพไป ประยุกต์ใช้ในด้านรักษาสิ่งแวดล้อม จะช่วยกำจัดกลิ่นและย่อยสลายตะกอนในส้วม ทำให้ส้วมไม่เต็ม ทำความสะอาดพื้นห้องการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน และสถานประกอบการทั่ว ๆ ไป ปรับสภาพอากาศภายในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ให้สดชื่นกำจัดกลิ่นอับชื้นต่าง ๆ ได้นอกจากนี้ยังให้ฉีดพ่นกองขยะเพื่อลดกลิ่นและปริมาณของกองขยะให้เล็กลงรวม ทั้งจำนวนแมลงวันด้วย
ผักกาบบัว
ผ้าลายกาบบัว
เอกลักษณ์ของผ้าลายพื้นเมืองที่ได้รับการกล่าวขานถึงจากครั้งอดีตจนถึง ปัจจุบันของชาวอุบลราชธานีคือ ผ้ากาบบัว ชื่อนี้เป็นที่ถกเถียงและสงสัยกันมากถึงที่มาที่ไป ทำไมจึงเป็น กาบบัว ไม่ใช่ กลีบบัว และลายที่แตกต่างนั้นดูตรงส่วนใด? คำถามเหล่านี้ผู้เขียนได้รับการสอบถามอยู่เสมอจากเพื่อนพ้องต่างถิ่น ผู้มาเยือน และแม้แต่ลูกศิษย์ลูกหาที่สนใจใคร่รู้ จึงเป็นที่มาของเรื่องราว ที่จะกล่าวถึงตำนานและความภาคภูมิใจของชาวอุบลราชธานีในวันนี้ ผ้ากาบบัว เป็นชื่อผ้าที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมโบราณอีสานหลายเรื่อง คำว่า "กาบ" ในภาษาอีสานมีความหมายถึง เปลือกหุ้มชั้นนอกของต้นไม้บางชนิด เช่น เปลือกหุ้มต้นกล้วย เรียก กาบกล้วย หุ้มไม้ไผ่ เรียก กาบลาง กลีบหุ้มดอกบัว เรียก กาบบัว (สารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ : ปรีชา พิณทอง) ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืน (Warh) ย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ "ซิ่นทิว" ซึ่งมีความนิยมแพร่หลายแถบอุบลฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เส้นพุ่ง (Weft) จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก) มัดหมี่และขิด ผ้ากาบบัว ส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการตัดเย็บเครื่องแต่งกายทั้งชายและหญิง ในสมัยโบราณนั้น ฝ่ายชายจะใช้ ผ้าปูม (ทอแบบมัดหมี่สำหรับนุ่งโจม) ผ้าวาหรือผ้าหางกระรอก (ทอด้วยเส้นมับไม) ผ้าโสร่ง (ทอคั่นเส้นมับไม) ผ้าสร้อยปลาไหล (ทอด้วยเส้นมับไม) ผ้าแพรอีโป้ (ผ้าขะม้า) ผ้าปกหัว (นาค) และผ้าแพรมน เป็นต้น สำหรับฝ่ายหญิง มีซิ่นชนิดต่างๆ คือ ซิ่นยกไหมคำ (ดิ้นเงิน - ดิ้นทอง) ซิ่นขิดไหม (ยกดอกด้วยไหม) ซิ่นหมี่ ซิ่นทิว ซิ่นไหมควบ ซิ่นลายล่อง นอกจากนี้ยังมีผ้าห่ม (ถือ) หรือผ้าเบี่ยง (สไบ) และผ้าตุ้มอีกหลายแบบ ผ้ากาบบัว ในปัจจุบันนี้ ได้รับการส่งเสริมให้เป็นสินค้าชั้นนำ OTOP โดยมีพรีเซนเตอร์ระดับประเทศสนใจเป็นแบบโดยไม่ตั้งใจ เพราะหลงไหลในลวดลายและสีสันของผ้ากาบบัว ตั้งแต่ดารา นางแบบ นางสาวไทยหลาย พ.ศ. ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายๆ กระทรวง รวมทั้งรัฐมนตรีทุกท่านในคณะรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร บางท่านถึงกับสั่งตัดพิเศษเพื่อใช้ประจำทุกสัปดาห์โดยไม่ซ้ำสี ซ้ำลายเลยทีเดียว
เอกลักษณ์ของผ้าลายพื้นเมืองที่ได้รับการกล่าวขานถึงจากครั้งอดีตจนถึง ปัจจุบันของชาวอุบลราชธานีคือ ผ้ากาบบัว ชื่อนี้เป็นที่ถกเถียงและสงสัยกันมากถึงที่มาที่ไป ทำไมจึงเป็น กาบบัว ไม่ใช่ กลีบบัว และลายที่แตกต่างนั้นดูตรงส่วนใด? คำถามเหล่านี้ผู้เขียนได้รับการสอบถามอยู่เสมอจากเพื่อนพ้องต่างถิ่น ผู้มาเยือน และแม้แต่ลูกศิษย์ลูกหาที่สนใจใคร่รู้ จึงเป็นที่มาของเรื่องราว ที่จะกล่าวถึงตำนานและความภาคภูมิใจของชาวอุบลราชธานีในวันนี้ ผ้ากาบบัว เป็นชื่อผ้าที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมโบราณอีสานหลายเรื่อง คำว่า "กาบ" ในภาษาอีสานมีความหมายถึง เปลือกหุ้มชั้นนอกของต้นไม้บางชนิด เช่น เปลือกหุ้มต้นกล้วย เรียก กาบกล้วย หุ้มไม้ไผ่ เรียก กาบลาง กลีบหุ้มดอกบัว เรียก กาบบัว (สารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ : ปรีชา พิณทอง) ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืน (Warh) ย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ "ซิ่นทิว" ซึ่งมีความนิยมแพร่หลายแถบอุบลฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เส้นพุ่ง (Weft) จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก) มัดหมี่และขิด ผ้ากาบบัว ส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการตัดเย็บเครื่องแต่งกายทั้งชายและหญิง ในสมัยโบราณนั้น ฝ่ายชายจะใช้ ผ้าปูม (ทอแบบมัดหมี่สำหรับนุ่งโจม) ผ้าวาหรือผ้าหางกระรอก (ทอด้วยเส้นมับไม) ผ้าโสร่ง (ทอคั่นเส้นมับไม) ผ้าสร้อยปลาไหล (ทอด้วยเส้นมับไม) ผ้าแพรอีโป้ (ผ้าขะม้า) ผ้าปกหัว (นาค) และผ้าแพรมน เป็นต้น สำหรับฝ่ายหญิง มีซิ่นชนิดต่างๆ คือ ซิ่นยกไหมคำ (ดิ้นเงิน - ดิ้นทอง) ซิ่นขิดไหม (ยกดอกด้วยไหม) ซิ่นหมี่ ซิ่นทิว ซิ่นไหมควบ ซิ่นลายล่อง นอกจากนี้ยังมีผ้าห่ม (ถือ) หรือผ้าเบี่ยง (สไบ) และผ้าตุ้มอีกหลายแบบ ผ้ากาบบัว ในปัจจุบันนี้ ได้รับการส่งเสริมให้เป็นสินค้าชั้นนำ OTOP โดยมีพรีเซนเตอร์ระดับประเทศสนใจเป็นแบบโดยไม่ตั้งใจ เพราะหลงไหลในลวดลายและสีสันของผ้ากาบบัว ตั้งแต่ดารา นางแบบ นางสาวไทยหลาย พ.ศ. ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายๆ กระทรวง รวมทั้งรัฐมนตรีทุกท่านในคณะรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร บางท่านถึงกับสั่งตัดพิเศษเพื่อใช้ประจำทุกสัปดาห์โดยไม่ซ้ำสี ซ้ำลายเลยทีเดียว
ประโยชน์ของผัก
ผักใบเขียวเข้ม เช่น ตำลึง ผักหวาน ผักบุ้ง คะน้า ผักสีเหลือง และสีส้ม เช่นฟักทองและแครอทจะเป็นแหล่งอาหารที่มีแคโรทีนสูง ซึ่งแคโรทีนนี้สามารถเปลี่ยน เป็นวิตามินเอได้ ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ต่อต้านโรคติดเชื้อระบบ ทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร ทั้งยังช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืนหรือโรค ตาฟางอีกด้วย สำหรับแคโรทีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบตาแคโรทีนที่ มีอยู่ในผักใบ เขียวเข้ม ผักสีเหลือง สีส้มดังกล่าวแล้วนั้น เชื่อกันว่า สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้ เช่นกัน นอกจากผักจะเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินเอแล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินซีอีก ด้วย ซึ่งนอกจากจะป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน แล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหวัดได้ง่าย และขณะนี้พบว่า ทั้งเบตาแคโรทีนและวิตามินซี สามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ ดังนั้นการบริโภคผักเป็นประจำจะมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับไขมันในเลือด และช่วยป้องกันโรคหัวใจ เนื่องจากเส้นเลือดอุดตันได้ นอกจากจะมีวิตามินดังกล่าวแล้ว ยังมีแร่ธาตุต่างๆ อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โพแทสเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ซึ่งมีกลไก เกี่ยวข้องกับระดับไหลเวียนของโลหิตและการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบ ส่วนธาตุเหล็ก ที่มีในผักใบเขียวเข้มนั้นจะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และป้องกันโรคโลหิตจาง
การเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่
การเปลี่ยนแปลงและการก้าวเดินของโลกใน ศตวรรษที่ 15 คือ มิได้ส่งผลกระทบต่อโลกในมิติใดมิติหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบต่อ โลก ในระบบต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ศาสนาศิลปวัฒนธรรม, ระบบการเมืองและเศรษฐกิจ, สำนึกคิดของคนในยุคสมัยของความเป็นสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงอันบันดาลมีเหล่านี้ได้ทำให้โลกได้เกิด โลกทัศน์ทางความคิดสมัยใหม่ ภายใต้ศตวรรษที่ 15 คือ โลกทัศน์ของความเป็นสมัยใหม่
คำว่า สมัยใหม่ มิใช่เป็นคำพูดที่กล่าวขึ้นมาอย่างลอย ๆ หรือ ทึกทักกันเอาเอง หากแต่คำว่า สมัยใหม่ คำนี้ได้ก่อเกิดมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ มากมาย และที่สำคัญอาจจะกล่าวได้ว่า คำว่า สมัยใหม่ คือ วาทกรรมการสร้างโลกสมัยใหม่ ทำไมจึงกล่าวเช่นนี้ สิ่งหนึ่งที่เราจะพบก็คือว่าจากการเปลี่ยนแปลงภายใต้วาทกรรมนี้ คือ การพยายามจัดสร้างกฎระเบียบใหม่ของโลก ( New World Order ) และ ภายใต้กฎระเบียบใหม่ได้สร้างโลกทั้งโลกให้เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนจากยุคแห่งความมืด ไปสู่ยุคแห่งแสงสว่าง จนนำไปสู่การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ กระทั้งเรื่อยมาสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม และในท้ายที่สุดนำไปสู่การปฏิวัติทางเทคโนโลยี
พระธาตุหนองบัว
พระธาตุหนองบัว จ.อุบลราชธานี
วัดหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต อยู่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ห่างจากศาลากลางจังหวัด ไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บนถนนธรรมวิถี แยกจากถนนชยางกูร ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 500 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ.2498 มีพื้นที่ทั้งหมด 50 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน พระธาตุองค์เดิมมีขนาดกว้างด้านละ 5 เมตร สูงประมาณ 17 เมตร เมื่อสร้างใหม่ครอบองค์เดิม คือพระบรมธาตุที่เห็นในปัจจุบัน มีขนาดใหญ่มาก ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 17 เมตร สูง 56 เมตร เสร็จสมบูรณ์ในปี 2512 ด้านหลังของพระบรมธาตุ เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ ซึ่งใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณี กลุ่มของฆราวาสจะรวมกันอยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นกุฏิที่สร้างอยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าโปร่ง ส่วนกุฏิของแม่ชี จะแยกพื้นที่ไปอย่นอกวัด
เทพีวีนัส
... เทวีองค์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มากที่สุดได้แก่เทวีอโฟรไดที่ (Aphrodite)หรือ วีนัส (Venus)ซึ่งเป็นเจ้าแม่ครองความรักและความงามสามารถ สะกดเทพและมนุษย์ทั้งปวงให้ลุ่มหลงทั้งอาจจะลบสติปัญญาของผู้ฉลาดให้ตกอยู่ในความโฉดเขลาไปได้ และเจ้าแม่จะคอยหัวเราะเยาะบรรดาผู้ที่ตก อยู่ในอำนาจแห่งความเย้ายวนของเจ้าแม่ร่ำไปหากจะสืบสาวต้นกำเนิดของอโฟร์ไดที่อาจต้องสืบสาวไปไกลกว่าตำนานของกรีกเสียอีก เนื่องจากเจ้าแม่มีต้นกำเนิดมาจากดินแดนซีกโลกตะวันออก ว่ากันว่าเจ้าแม่เป็นเทวีองค์แรกเริ่มของชน ชาติฟีนีเซีย ที่มาตั้งอาณานิคม มากมาย ในดินแดนตะวันออกแถบตะวันออกกลาง ทราบกันมาว่าเจ้าแม่ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเทวีของชาวอัสสิเรีย กับบาบิโลเนีย ที่มีนามว่า อีชตาร์ และก็ยังเป็น อันหนึ่งอันเดียวกับเทวีของชาวไซโรฟีนิเซี่ยน ผู้มีนามว่า แอสตาร์เต (Astarte)จึงนับได้ว่าเป็น เทวีที่มีความสำคัญมากมาแต่ดึกดำบรรพ์ตามมหากาพย์อิเลียดของโฮเมอร์เทวีอโฟรไดที่เป็นเทพธิดาของซูส เกิดกับนางอัปสรไดโอนี (Dione)แต่บทกวีนิพนธ์ชั้นหลัง ๆ กล่าวว่า เจ้าแม่ ผุดขึ้นจากฟอง ทะเล เนื่องจากคำว่า Aphros อันเป็นที่มาของชื่อเจ้าแม่ใน �� าษากรีกแปลว่า " ฟอง " แหล่งกำเนิดของเจ้าแม่อยู่ในทะเลแถว ๆ เกาะ ไซเธอรา ( Cythera ) จากนั้น เจ้าแม่ถูก คลื่นซัดไปจนถึงเกาะ ไซพรัส ( Cyprus ) อาศัยเหตุนี้ เกาะทั้งสองจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เกี่ยวกับเจ้าแม่ และบางทีเจ้าแม่ก็มีชื่อเรียกตามชื่อเกาะทั้งสอง นี้ว่า ไซเธอเรีย (Cytherea) และ ไซเพรียน (Cyprian)ตามเรื่องที่เล่ากันแพร่หลายกล่าวว่า เมื่อเทวีอโฟรไดทีถูกคลื่นซัดไปติด ณ เกาะไซพรัสนั้นฤดูเทวีผู้รักษาทวารแห่งเขาโอลิมปัสลงมารับพาเจ้าแม่ขึ้นไปยัง เทพส�� า เทพทุกคนในที่นั้นต่างตะลึงใน ความงามของเจ้าแม่ และต่างองค์ต่างก็อยากได้เจ้าแม่เป็นคู่ครอง แม้แต่ซูสเองก็อยากจะได้ แต่เจ้าแม่ไม่ยินดีด้วย ไท้เธอจึงโปรดประทานเจ้าแม่ให้แก่ ฮีฟีสทัส (Hephaestus)เทพรูปทรามผู้มีบาทอัน แปเป๋เป็นบำเหน็จรางวัลทดแทนความชอบ ในการที่ฮีฟีสทัส ประกอบอสนียบาตถวายและเป็นการลงโทษ เจ้าแม่ในเหตุที่ไม่ไยดีซูสไปในตัวด้วยแต่เทพองค์แรกที่เจ้าแม่พิศวาสและร่วมอ�� ิรมย์ด้วยคือ เอรีส (Ares)หรือ มาร์ส (Mars)ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการสงคราม เทพบุตรของซูสเทพบดี เกิดกับ เจ้าแม่ ฮีรา ได้เป็นชู้สู่หากับเทวีอโฟรไดที่จนให้ประสูติบุตรสอง ธิดาหนึ่งรวมเป็นสาม มีนามตามลำดับว่า อีรอส (Eros)หรือ คิวพิด (Cupid)แอนติรอส (Anteros)เฮอร์ไมโอนี (Hermione)หรือ ฮาร์โมเนีย (Harmonia)นางเฮอร์ไมโอนีนั้นได้วิวาห์กับ แคดมัส (Cadmus)ผู้สร้างเมืองธีบส์ซึ่งเป็นพี่ ของนาง ยุโรปา ผู้ถูกซูสลักพาไปเป็นคู่ร่วมอ�� ิรมย์ ดังเล่ามาแล้วแต่ต้นว่ากันว่าแรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะกลายเป็นเทวีแห่งความงามและความรักนั้นอโฟร์ไดที่เป็นเทวีแห่งความสมบูรณ์ มาก่อน เมืองที่นับถือเจ้าแม่มากที่สุดได้แก่ เมืองปาฟอสในไซปรัสและเมืองไซธีราในเกาะครีต นอกจากนั้นวิหารที่เล่าลือ ว่าโอ่อ่าที่สุดของซีกโลกทางด้านตะวันออกได้แก่ วิหารที่เมืองคนิดุส ในรัฐแคเรีย ( Caria )เมื่อเดินทางมาถึงกรีกก็มีผู้ศรัทธาเชื่อถือสร้างวิหารใหญ่ให้หลายแห่งรวมทั้งกรุงเอเธนส์ซึ่งมีเทวีเอเธน่าเป็นเทพอุปถัม�� ์อยู่บนเนินอโครโปลิสอนึ่งชาวยุโรปทั่วไปเขาเชื่อกันมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษด้วยว่า ในคราวที่บ้านหนึ่งบ้านใดกำลังจะมีเด็ก เจ้าแม่อโฟรไดที่จะให้นกกระสามาบินวนเวียน เหนือบ้านนั้น คตินี้กินความไปถึงว่า ถ้านกกระสาบินวนเหนือบ้านที่กำลังจะมีเด็กเกิด เด็กนั้นจะคลอดออกจากครร�� ์โดยง่ายและอยู่รอดด้วย แต่คตินี้ในที่สุดก็ เป็นเพียงข้อ อ้างที่พ่อแม่จะใช้ตอบลูกตอนโต ๆ เมื่อถูกถามว่าน้องเล็กเกิดมาแต่ไหน หรือตัวเกิดจากอะไรเท่านั้นเทวีอโฟร์ไดที่มีต้นเมอร์เทิลเป็นพฤกษาประจำองค์ สัตว์เลี้ยงของเจ้าแม่เป็นนก บ้างว่าเป็นนกเขา นกกระจอกบ้าง หงส์บ้าง ตามแต่กวีคนไหนจะชอบใจยกให้เป็น สัญลักษณ์ของเทวีแห่งความงามและความรัก
การต่อสู้
ใบไม้หนึ่งใบ กว่าที่จะเติบโตขึ้นมาบนกิ่งไม้ใหญ่
พยายามต่อสู้กับสภาวะแวดล้อม
ลมแรง ....ก็โบกพลิ้วตัวเองให้โยกไหวไหวสนุกสนานไปตามแรงลม
ฝนตก......ก็ปล่อยให้เม็ดฝนซุกซน ผ่านร่างใบไปอย่างเป็นมิตร
แดดกล้า...ก็ต่อสู้ ยืนหยัดอยู่ได้ ตราบที่ยังมีน้ำแห่งความหวังหล่อเลี้ยง
เมื่อถึงเวลาที่อายุของใบไม้สิ้นสุด ใบก็ยอมที่จะปลิดขั้วของตัวเอง ร่วงหล่นลงสู้พื้นดิน อย่างยอมรับ และเข้าใจ เพราะใบไม้รู้ว่า เมื่อถึงวันสิ้นสุดของตัวเองแล้ว
จะเป็นการเริ่มต้นให้กับใบไม้ใหม่ ๆ อีกหลาย ๆ ใบ ชีวิตคนเราก็คงเปรียบได้กับใบไม้ในป่าใหญ่ เป็นใบไม้เล็ก ๆ หนึ่งใบ
ที่ต้องเจอกับอุปสรรคในชีวิต สมหวัง ผิดหวัง
มาทักทายในหลายรูปแบบ เราเพียงแค่ นิ่ง ๆ อยู่กับ
(ขั้ว)สติ ของตัวเอง
ลมแรง
ฝนตก แดดกล้า.... ไม่ต่อต้าน ไม่ดื้อดึง ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้าย ความทุกข์ก็ สิ้นสุด เพื่อเปิดโอกาสให้ความสุข เริ่มต้น ..
พยายามต่อสู้กับสภาวะแวดล้อม
ลมแรง ....ก็โบกพลิ้วตัวเองให้โยกไหวไหวสนุกสนานไปตามแรงลม
ฝนตก......ก็ปล่อยให้เม็ดฝนซุกซน ผ่านร่างใบไปอย่างเป็นมิตร
แดดกล้า...ก็ต่อสู้ ยืนหยัดอยู่ได้ ตราบที่ยังมีน้ำแห่งความหวังหล่อเลี้ยง
เมื่อถึงเวลาที่อายุของใบไม้สิ้นสุด ใบก็ยอมที่จะปลิดขั้วของตัวเอง ร่วงหล่นลงสู้พื้นดิน อย่างยอมรับ และเข้าใจ เพราะใบไม้รู้ว่า เมื่อถึงวันสิ้นสุดของตัวเองแล้ว
จะเป็นการเริ่มต้นให้กับใบไม้ใหม่ ๆ อีกหลาย ๆ ใบ ชีวิตคนเราก็คงเปรียบได้กับใบไม้ในป่าใหญ่ เป็นใบไม้เล็ก ๆ หนึ่งใบ
ที่ต้องเจอกับอุปสรรคในชีวิต สมหวัง ผิดหวัง
มาทักทายในหลายรูปแบบ เราเพียงแค่ นิ่ง ๆ อยู่กับ
(ขั้ว)สติ ของตัวเอง
ลมแรง
ฝนตก แดดกล้า.... ไม่ต่อต้าน ไม่ดื้อดึง ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สุดท้าย ความทุกข์ก็ สิ้นสุด เพื่อเปิดโอกาสให้ความสุข เริ่มต้น ..
ทำไมจึงชื่อ วาเลนไทน์
..วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งพวกหนุ่มสาวมักจะรีบไปซื้อบัตรส่งทักทายกันส่งใจถึงกัน นับเป็นความนิยมมากขึ้น ประเพณีนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยทีละเล็กละน้อย และดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี เป็นประเพณีที่หนุ่มสาวนิยมกันมากเป็นพิเศษที่สหรัฐอเมริกาและที่ประเทศอังกฤษทำไมจึงมีชื่อว่า “ วันวาเลนไทน์ ” และความหมายที่แท้จริงของวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้ากันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรักของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลายครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อยความรักระหว่างหนุ่มสาวนั้นอาจจะเผชิญกับอันตรายบางอย่าง และอาจจะเป็นโอกาสให้พลังและความรักนั้นทำลายความสัมพันธ์อันสูงส่งระหว่างหนุ่มสาวนั้นเอง ความหมายของการมี วันวาเลนไทน์ นี้ก็คือการช่วยหนุ่มสาวหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วยใจบริสุทธิ์ความหมายเห็นได้ชัดในคำว่า “You are my Valentine” ที่มักจะเขียนลงในบัตรส่งใจถึงกันและกัน ประโยคตามความหมายเดิม หมายถึงว่า “ข้าพเจ้าขอเสนอตัวเป็นเพื่อนสนิทของท่านในช่วงเวลา 1 ปี และข้าพเจ้าพร้อมที่จะตกลงแต่งงานกับท่าน ถ้ามิตรภาพของเรานี้เป็นสิ่งที่ยืนยง”ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่จะช่วยให้ก้าวหน้าในความรักที่แท้จริงนั้น ก็ควรจะประกอบด้วย 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้1. ให้รู้จักกันทั้งในด้านดี ในด้านเสีย และข้อผิดพลาดซึ่งต่างก็มีอยู่ และยอมรับซึ่งกันและกันในข้อเหล่านั้น 2. ให้เคารพและเห็นใจกัน โดยเสียสละต่อกันเพื่อให้คนรักของตนได้รับความดี และความสุขใจในทางที่บริสุทธิ์งดงาม3. ให้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนนิสัยของตนในส่วนที่บกพร่อง เพื่อจะอยู่กันด้วยความสุขในอนาคตลักษณะทั้งสามดังกล่าวนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับหนุ่มสาวไทยไม่เฉพาะ ในวันวาเลนไทน์หรือสำหรับกลุ่มที่นิยมประเพณีต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับทุกคู่ที่แสวงหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอัน จะนำไปสู่ความรักที่มั่นคงและยั่งยืนชั่วชีวิต
ประวัติวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์
นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยัง สืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการ ที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุดภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญ " วาเลนไทน์ " ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองท่าน นักบุญ วาเลนไทน์ และนักบุญ มาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยัง สืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการ ที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุดภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญ " วาเลนไทน์ " ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สองท่าน นักบุญ วาเลนไทน์ และนักบุญ มาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
.. คิวปิด ..คนทั่วไปรู้จัก คิวปิด ในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก มือถือคันธนูกับลูกศรและมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อใคร ศรรักของ คิวปิด หมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก คิวปิด จะเล็งลูกศรไปที่พระเจ้าและมนุษย์เพื่อทำให้พระเจ้ากับมนุษย์รักกันคิวปิดมักจะมีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรัก ในกรีกโบราณ คิวปิด เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เอโรส ลูกชาย แอฟโพไดท์ เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงามแต่สำหรับพวกโรมัน เขาคือ คิวปิด และแม่ของเขาคือ วีนัส มีเรื่องน่าสนใจพอสมควรเกี่ยวกับ คิวปิด และ ไซคี เจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน ผมขอแนะนำผู้อ่านให้รู้จักคู่รักของ คิวปิด สักนิดนะครับว่าเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ และเพราะความงามนี้เองที่ทำให้ วีนัส อิจฉา นางจึงได้สั่ง คิวปิด ให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย แต่ คิวปิด ตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้น แทนที่จะลงโทษเธอ คิวปิด กลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจาก ไซคี มิได้เป็นอมตะ เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขา (ตรงนี้ผมไม่ทร าบเหมือนกันนะครับว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ได้เธอเป็นภรรยาแล้วภรรยามองไม่ได้ แต่อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะเทพนิยายฝรั่งก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากละครน้ำเน่าบ้านเรา) หลังจากตกเป็นภรรยาของ คิวปิด แล้ว ไซคี ก็มีความสุขเรื่อยมา (ก็แหงละ) จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมอง คิวปิด ทันทีที่เธอมอง คิวปิด คิวปิด ก็ลงโทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคี ก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆหรือ คิวปิด ปรากฏให้เห็นเลย ในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น เธอก็มาถึงวิหารของ วีนัส โดยบังเอิญ เมื่อ วีนัส เทพธิดาแห่งความรักพบว่า ไซคี ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปราถนาที่จะ ทำลาย ไซคี ด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานสุดท้ายที่ ไซคี ได้รับมิใช่งานขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดครับ หากแต่เธอได้รับกล่องใบหนึ่งมาและได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอา ความงามของ โพรเซอร์พีน ภรรยาของ พลูโต ใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย นอกจากนั้นแล้ว เธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็ไม่ทราบ เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย ต่อมา คิวปิด ได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง หลังจากนั้น คิวปิด ก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับ วีนัส เมื่อเทพเจ้าทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อ คิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่งปัจจุบันนี้รูป คิวปิด แผลงศรเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมักนิยมใช้กัน และเมื่อศรรักของ คิวปิด พุ่งโดนหัวใจหนุ่มสาวคนใดในวันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคนนั้นก็จะออกอาการ "สติวปิ้ด" จากศรรักของ คิวปิด ขึ้นมาทันที อาการนี้จะเห็นได้จากการส่งดอกกุหลาบสีแดง ส่งช็อคโกแล็ต การส่งบัตรอวยพรและอื่นๆ อีกครับ หมายเหตุท้ายบท : "สติวปิ้ด" เป็นภาษาอังกฤษแปลว่า "โง่" ครับ เหมือนคำบางคำที่เราอาจเคยได้ยินว่า "ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอด และ มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เรารัก"
แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลก!!
แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลก!!แม่ที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่มีการบันทึกไว้ โดยมีเอกสารอ้างอิงคือ ลินดา มีไดน่า ( Lina Medina ) เธอเป็นคนเมือง Paurange ประเทศเปรู (Peru) ในขณะที่เธอให้กำเนิดลูกเธอมีอายุเพียง 5 ขวบกับ อีก 7 เดือน 21 วัน พ่อแม่ของลินดา พาเธอมาส่งที่โรงพยาบาลเนื่องจากเธอท้องโตมาก ในช่วงแรกทุกคนคิดว่าเธอเป็นเนื้องอกในช่องท้อง แต่หมอกับตรวจพบว่าเธอตั้งท้อง 7 เดือน เพื่อความแน่ใจ Dr.Gerardo Lozada จึงส่งเธอเข้าตรวจกับผู้วชาญ ที่กรุงลิม่า ประเทศเปรู เพื่อตรวจสอบยืนยันอีกครั้งหนึ่งเวลาผ่านไปอีกเดือนครึ่งเธอได้ให้กำเนิดบุตรชายเมื่อวันที่ 14 พฤศษาคม 1939 โดยมีน้ำหนักแรกเกิด 2.7 กิโลกรัม โดยเธอได้ตั้งชื่อลูกชายของเธอว่า Gerardo เหมือนหมอที่ดูแลเธอ และลูก Gerardo ถูกเลี้ยงดูร่วมกับ ลินดาในฐานะพี่ชายน้องชาย จน Gerardo มีอายุ 10 ขวบความจริงจึงเปิดเผย และผู้ต้องสงสัยที่ทำการข่มขืนลินดาก็คือ พ่อของเธอ แต่เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ พ่อของลิดาจึงได้รับการปล่อยตัวในที่สุด Gerardo เป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงตั้งแต่เกิดแต่กับเสียชีิวิต เมื่ออายุเพียง 40 ปีเนื่องจากโรคเกี่ยวกับไขกระดูก ( Bone marrow ) ส่วนลินดาเสียชีวิต เมื่อมีอายุได้ 75 ปี
การทำงานของคอม
1. Personal computer หรือ PC ประกอบด้วยอะไร พร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ 1. รับข้อมูล( Input Device ) เช่น เม้าส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ
2. เก็บข้อมูล(Storage Device ) เช่น ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม ฯลฯ
3. ประมวลผล( Processing Device ) เช่น ADM, Cyrix
4. แสดงผลลัพธ์(Output Device) เช่น แสดงบนจอภาพ
2. CPU (central processing) มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ เป็นศูนย์กลางการทำงานของ CP ตัว CPU ถือว่าเป็น microprocessor ที่มีความสามารถใน การจัดการคำสั่งและการประมวลผลที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก
3. เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากไหน
ตอบ เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์มาเตรียมที่ RAM
4. จงยกตัวอย่างอุปกรณืของการรับข้อมูลเข้า( Input Device)มา 3 อย่าง
ตอบ 1. จอยสติ๊ก2. โมเด็ม3. คีย์บอร์ด
ตอบ 1. รับข้อมูล( Input Device ) เช่น เม้าส์ คีย์บอร์ด ฯลฯ
2. เก็บข้อมูล(Storage Device ) เช่น ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม ฯลฯ
3. ประมวลผล( Processing Device ) เช่น ADM, Cyrix
4. แสดงผลลัพธ์(Output Device) เช่น แสดงบนจอภาพ
2. CPU (central processing) มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ เป็นศูนย์กลางการทำงานของ CP ตัว CPU ถือว่าเป็น microprocessor ที่มีความสามารถใน การจัดการคำสั่งและการประมวลผลที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก
3. เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากไหน
ตอบ เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมระบบปฎิบัติการจะเรียกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์มาเตรียมที่ RAM
4. จงยกตัวอย่างอุปกรณืของการรับข้อมูลเข้า( Input Device)มา 3 อย่าง
ตอบ 1. จอยสติ๊ก2. โมเด็ม3. คีย์บอร์ด
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

